REVIEW Projector Acer K138STi

Design-การออกแบบ


Acer Projector K138STi ตัวเครื่องได้อัปเกรดและพัฒนาดีไซน์มากจากรุ่น K137I บวกกับการพัฒนาเลนส์ของ Projector ให้ฉายระยะใกล้ๆแต่มีขนาดของภาพใหญ่ขึ้น เพียงวางตัวเครื่อง K138STi ที่ระยะ 1.7M ก้อจะได้ขนาดของจอภาพที่ 100″ นิ้วเลยที่เดียว ตัวเครื่องออกแบบให้ทันสมัย ดีไซน์โฉบเฉี่ยว โดนใจกันเหมือนเดิม มีขนาดกระทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้ง่ายเพียงหนักแค่ 1 Kg เท่านั้นเอง จุดเด่นยังมีอีกเยอะ สำหรับ K138STi ทางด้าน Acer ได้พัฒนาลำโพงสเตอริโอจากเดิม 3 วัตต์ตัวเดียวแต่ แต่ K138STi มีให้ถึงสองตัวเพื่อเพิ่มความดังมากขึ้นจากเดิม Speaker DTS 3W*2 และยังสามารถเชื่อมต่อ Wirelessไร้สาย พร้อมมีแบตเตอรี่ในตัวอีกด้วย มันเจ๋งใช่ไหมหล่ะ
มาดู Body Acer Projector K138STi ยังมีฟังชันท์ปุ่มเมนูหลักบนตัวเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และยังบอกสถานะการใช้งานของแบตเตอรี่ Projector ได้อีกด้วย โอ้ ว้าว.ว้าว.ว้าว

Quick Overview

– ความสว่าง(ANSI Lumens) 800
– ความละเอียด(พิกเซล)1280×800 (WXGA)
– Contrast 100,000:1
– การรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.Built-In Battery

Accessories อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ
1. ตัวเครื่อง Acer K138STi
2. กระเป๋าใส่ตัวเครื่อง พร้อมสายสะพายไหล่
3. อแดปเตอร์ไฟ
4. สายสัญญาณ
5. สาย VGA
6. รีโมทควบคุม

Connectivity ช่องต่อสัญญาณ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะเป็นช่องระบายความร้อนตรงกลางเล็กๆ และก็ช่องต่อสายสัญญาณต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน
1. VGA Port
2. HDMI MHL
3. USB
4. Minimicro SD Card
5. LAN
6. USB DC 5V OUT
7. Audio In และ Out สำหรับแจ็ค 3.5mm

Special Features

ฉายใกล้ได้ภาพใหญ่ 100″ @ 1.7m
Built-in Wireless Built-in
Battery 11,000mha
Speaker DTS 3W * 2
2 GB Internal Memory
HDMI® (MHL™)
USB – card reader
MS office & PDF Viewer
Acer LumiSense+ intelligent Ambient Light Sensor ซึ่งจะช่วยให้โปรเจ็กเตอร์ปรับความสว่างของภาพ และความอิ่มตัวของสีตามสภาพแสงของสถานที่นั้นๆ

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์เอเซอร์และยี่ห้ออื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB- X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

ดีไซน์และการออกแบบ
โปรเจคเตอร์ Epson EB- X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น


ด้านบนเป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ


ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ


ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ
• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ


USB Wireless LAN Adapter
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ
ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB- X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม
• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป
จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์เอปสันและยี่ห้ออื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector BenQ TH670

REVIEW Projector BenQ TH670 นิยามของคำว่าดูหนัง กับภาพลักษณ์ใหม่ของ Projector BenQ TH Series

ผมเคย Review Projector BenQ ในตระกูล TH หรือ MH กันมาบ้างแล้ว และที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้เป็นอีกรุ่นที่มีความละเอียด Full HD 1080p น้องใหม่ที่หน้าจับตามองที่สุดในกลางปี 2559 นี้ เลยก็ว่าได้ กับเมนูในเครื่อง และ หน้าตาที่เปลี่ยนไป

หน้าตาเครื่อง MH680-TH681                   และ                        TH670              
 

Design โฉบเฉียว ทีเดียว

เข้าโหมด Series Home มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์ภายนอกและ เมนุภายในที่เปลี่ยนให้เหมือนกับ Series W ไปหมดแล้ว ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน

Projector BenQ TH670 นี้มีระบบการปรับแต่ง ภาพแบบคางหมู 2 มิติการปรับแต่งภาพแบบ 2D ที่เป็นรูปเหลี่ยมคางหมู ทำได้อย่างง่ายดาย สามารถปรับแต่งในแนวนอนและแนวตั้งได้มากถึง +-30 ดีกรี ทำให้วางโปรเจคเตอร์ที่ตำแหน่งไม่เกะกะจอภาพและสามารถปรับแต่งได้อย่างง่ายดายด้วยฟังก์ชั่นนี้ โดยไม่จำเป็นต้องวางไว้ที่ตำแหน่งตรงกลางของของจอภาพอีกต่อไป

และการปรับมุมทำได้ง่าย การปรับบริเวณมุมทำได้ง่าย สามารถปรับมุมมองบริเวณขอบของจอภาพทำได้ง่ายยิ่งขึ้น และสามารถปรับแต่ละมุมได้อย่างอิสระต่อกัน

การเชื่อมต่อแบบ MHL ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบ MHL ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์แอนดรอย์ดของคุณ เพื่อนำเสนองานของคุณได้อย่างง่ายดาย ทำให้การขยายหน้าจอเล็กๆบนสมาร์ทดีไวซ์ไปยังจอภาพขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย เมื่อการเชื่อมต่อไปยังโปรเจคเตอร์แล้ว จะเป็นการชาร์จไฟไปในตัวด้วย ทำให้สะดวกต่อการนำเสนอได้อย่างต่อเนื่อง

ติดตั้งลำโพง 10W ไว้ภายใน โปรเจคเตอร์ TH670 มาพร้อมกับลำโพงที่มีความคมชัดของเสียงขนาด 10W ติดตั้งอยู่ภายใน ทำให้ครูสามารถสอนนักเรียนได้อย่างง่ายดาย

รองรับรูปแบบ 3 มิติ ที่หลากหลาย BenQ โปรเจคเตอร์เพื่อการศึกษาที่มาพร้อมมาตรฐานด้วย DLP Link™– รองรับการแสดงผลแบบ 3 มิติ ทำให้นักเรียนสนใจ และตื่นเต้นต่อการแสดงผลแบบ 3 มิติ มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการชมภาพยนตร์ 3 มิติ ซึ่งทำให้โปรเจคเตอร์รุ่น TH670 รองรับรูปแบบ 3 มิติที่หลากหลาย ได้แก่ 3D field-sequential, 3D frame packing, 3D top-and-bottom และ 3D side-by-side ที่น่าสนใจกว่านี้ โปรเจคเตอร์นี้สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น Blu-ray DVD ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สมจริงมาก

ถึงแม้ว่าการกลับมาอาจจะไม่ยิ่งใหญ่มากนักกับ Series TH แต่ก็ถือได้ว่าก้าวไปอีกระดับกับ Series รุ่นนี้ที่มีภาพสีและฟังชั่นที่ตอบโจทย์คุณลูกค้ามากขึ้น เป็นอีกทางเลือกเพื่อให้ตรงตามลักษณ์การใช้งานของคุณลูกค้าส่วนใหญ่ ถือว่าทาง BenQ ได้เดินมาถูกทางแล้ว “Good Way” …….สวัสดีครับ

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ BenQ TH670 หรือโปรเจคเตอร์รุ่นอื่น ๆ ได้ที่ https://projectorpro.in.th

BenQ โชว์เหนือ เปิดตัวระบบสี Rec.709 ในกลุ่ม Home VDO Projector ที่ราคาไม่สูง

BenQ โชว์ศักยภาพเป็นเจ้าแรกที่พัฒนา และนำระดับสี Rec.709 มาตรฐานที่ในวงการ Color Management และ Hollywood ให้การยอมรับว่าเป็นมาตรฐานที่สมจริงที่สุดภาพมีสีสัน และรายละเอียดครบถ้วน สีมีความผิดเพี้ยนต่ำ ความอิ่มตัวของแสงสมบูรณ์ ทำให้ภาพที่ได้ออกมามีมิติของภาพเสมือนจริง โดย “เบ็นคิว” นำมาใช้ในสินค้ากลุ่ม Home VDO Projector ที่ราคาไม่สูงมากนัก พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ 4 รุ่น คือ W1110, W2000, W3000 และ W8000 เจาะตลาด High End ซึ่งจะทำให้เบ็นคิวมีสินค้าในกลุ่ม Home VDO ครบทุกไลน์ ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยส่งผลให้เบ็นคิวสามารถเป็นผู้นำ และเติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง


คุณพัทธกร พรศิริธิเวช ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีอย่างต่อเนื่องของ BenQ ทำให้ BenQ เป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านการฉายภาพในระดับ Full HD อย่างแท้จริงโดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดอย่างต่อเนื่องถึง 40% ในกลุ่ม Home VDO Segment 3 ปีต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสที่ 1 ปี 2016 BenQ มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 44% พร้อมมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ W2000 และ W3000 ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถนำเสนอระดับแสงสีที่ Rec.709 ในมาตรฐานที่อาจกล่าวได้ว่า BenQ เป็นเจ้าแรกที่พัฒนาและนำระดับสี Rec.709 มาใช้ในสินค้ากลุ่ม Home VDO Projector ที่ราคาไม่สูงมากนักและในปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 4 รุ่นด้วยกันคือ W1110, W2000, W3000 และ W8000 ในตลาด High End ซึ่งจะทำให้มีสินค้าในกลุ่ม Home VDO ครบทุกไลน์ตอบโจทย์ทุกกลุ่มตลาดทำให้มั่นใจว่า BenQ จะสามารถเป็นผู้นำและเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป

ทางด้าน นายอนุสรณ์ ไชยอินทร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบ็นคิว ( ประเทศไทย ) จำกัด กล่าวว่า โดยมาตรฐานแสงสีที่ระดับ Rec.709 เป็นมาตรฐานที่ในวงการ Color Management และ Hollywood ให้การยอมรับว่าเป็นมาตรฐานที่สมจริงที่สุดภาพมีสีสัน และรายละเอียดครบถ้วน สีมีความผิดเพี้ยนต่ำ ความอิ่มตัวของแสงสมบูรณ์ทำให้ภาพที่ได้ออกมามีมิติของภาพเสมือนจริงและเป็นมาตรฐานเดียวกับโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ดังนั้น BenQ Projector W2000 และ W3000 จะให้ภาพที่สมจริงที่สุดเช่นเดียวกับในโรงภาพยนตร์ทำให้ผู้ชมได้อรรธรสในการชมภาพยนตร์ไม่ต่างจากในโรงภาพยนตร์จริง อีกทั้ง BenQ W2000 และ W3000 ยังสามารถรองรับไฟล์ได้สูงสุดไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพยนตร์ 3 มิติหรือไฟล์คุณภาพสูง ไม่ทำให้การชมภาพยนตร์เป็นอุปสรรคเหมือนเช่นเคย และด้วยการพัฒนาวงล้อสีที่ให้มีความเร็วสูงสุดถึง 6X Speed RGBRGB จึงทำให้สามารถผสมผสานสีสันของภาพให้มีความแม่นยำในระดับ HDTV และตอบสนองต่อภาพเคลื่อนไหวที่มี Frame Rate สูงๆได้อย่างไม่มีสะดุด


Home VDO Projector ของ BenQ ยังได้รับมาตรฐาน ISFccc ซึ่งเป็นมาตรฐานของผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการแสงสี Color management ให้การยอมรับในการปรับแต่งสี Calibration ได้และยังพัฒนาชิ้นเลนส์แบบแก้ว Flawless ในการฉายภาพให้มีความคมชัดเพื่อให้ภาพที่ได้ออกมาไม่ผิดเพี้ยนและสมจริงที่สุด

นอกจากนี้ W2000 และ W3000 ยังมาพร้อมกับคุณภาพเสียงระบบ Cinema Master โดยลำโพงขนาด 20W ซึ่งมาพร้อมกับตัวเครื่องทำให้ผู้ชมได้รับเสียงของภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรธรส (ดู spec ของ Projector BenQ W2000 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq/benq-w2000.html และ Projector BenQ W3000 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq/benq-w3000.html)

สำหรับการติดตั้งโปรเจคเตอร์เป็นเรื่องที่สะดวกและง่ายที่สุดโดยลูกค้าสามารถติดตั้งเองได้อย่างง่ายดาย เพราะ BenQ Projector W2000 และ W3000 ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งตามขนาดของห้องที่แตกต่างกันโดย 2D Keystone ทำให้สามารถวางตัวเครื่องได้หลากหลายมุมไม่ว่าจะเป็นด้านข้าง มุมเอียงมุมเงย และด้วยฟังก์ชั่น Big Zoom สามารถฉายภาพได้ในระยะ 2.5 เมตรได้ภาพ 100 นิ้ว และฉายได้สูงสุดถึง 300 นิ้ว ให้ความละเอียดระดับ Full HD ทำให้ได้อรรธรสเป็นอย่างยิ่งในการดูฟุตบอลเสมือนเรานั่งอยู่ขอบสนามจริงๆ นอกจากนั้นสามารถรองรับระบบ Wireless ที่ทำให้การติดตั้งเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการ ไม่ว่าอยู่มุมใด หรือส่วนไหนของห้องก็สามารถฉายภาพได้

ยังมี Projector BenQ อีกหลายรุน สามารถเข้าไปรับชมได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html